posted on 03 Jul 2005 22:48 by wonam in stories
ขอบกำแพงด้านนอกไม่มีอะไรนอกจากทรายสีน้ำเงินไกลสุดลูกหูลูกตา พระอาทิตย์ส่องอยู่ที่บนฟ้า เมฆสะท้อนแสงทองเห็นเป็นสีสรร ท้องฟ้าที่ดูเหมือนไม่มีอะไรกั้น ที่ปลายฟ้านั้นทุกคนบอกว่ามันไม่มีอะไร วิกยืนมองอยู่ตรงนี้ทุกวัน ที่ประตูเมืองที่ไม่เคยปิด แต่ไม่เคยมีใครก้าวข้ามออกไป
อยากไปก็ได้ ไม่มีใครห้ามหรอก แต่เดินไปเท่าใดก็มีแต่ทราย เพื่อนคนหนึ่งเคยเดินมาบอกกับเขา แล้วหลายคนคาดคะเนกำลังตนเองผิดพลาด ออกไปแล้วก็กลับมาไม่ได้ เขายืนอยู่กับวิกอีกชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็เดินกลับไป
ถ้าไม่มีอะไรทำไมต้องมีกำแพงเมือง?
เพื่อกำบังลมแรง ผู้ชำนาญการด้านประวัติศาสตร์ของเมืองเอ่ยขึ้น มันมาไม่บ่อย สี่สิบปีจะมีสักครั้ง ไปถามคนแก่ ๆ ดูได้
ไม่มีการสำรวจเลย เป็นไปได้อย่างไร? ในห้องเรียน วิกยังถามต่อ
มี แต่มันก็นานมาแล้ว อะไรที่ทำแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่มีใครทำต่อ
แต่สิ่งที่ทำอยู่ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกัน
วิก คนเราไม่จำเป็นต้องหาสิ่งใหม่ ๆ เรื่อยไป ผู้ชำนาญการมองตาของวิก เราต้องอยู่กับสิ่งที่เราเป็นอยู่ เมื่อบางอย่างไม่มีประโยชน์ มันก็ควรจะต้องหลบทางให้กับเรื่องอื่น ๆ ที่อาจมีประโยชน์มากกว่า
วิกส่ายหน้า สุดท้ายเขาเลิกถาม ปิดหนังสือ นั่งฟังคำบรรยายไปเรื่อย ๆ แต่สายตาของเขากลับยิ่งหันมองไปยังที่ว่างเปล่าข้างนอกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ฉันจะไป วันหนึ่งวิกบอกกับวรรณ ฉันจะไปดูด้วยตาของฉันเอง. . . ถ้ามันไม่มีอะไร ก็ขอให้ฉันได้เห็นด้วยตาของฉันเอง
posted on 03 Jul 2005 23:08 by wonam in stories
ดวงตาสีเหลืองของวรรณมีน้ำมาคลอ คนที่เชื่อ ก็จะไม่ถาม หลายสิ่งหลายอย่างวางอยู่บนความเชื่อ ปราศจากหลักฐานใด ๆ มีแค่เพียงคำพูดลม ๆ แล้ง ๆ แต่การจะพิสูจน์ว่าความเชื่อนั้นเป็นแค่ลมปาก เธอเม้มปาก บางครั้งต้องแลกมาด้วยชีวิต
เราไปด้วยกัน วิกพูดขึ้น มือขาวจับกัน มือที่มีนิ้วเหลือเพียงสามนิ้วของวิกจับมือของวรรณ เขาเดินจูงหญิงสาวผมขาวน้ำตาคลอหน้าผ่านผู้คน เดินทะลุตลาด ตัดสนามหญ้าสูงสิบนิ้วของมหาวิทยาลัย เดินผ่านร้านกาแฟที่แพงที่สุดของเมืองที่มีแต่คนสั่งน้ำเปล่า ร้านแห่งนี้วิกเคยเข้าไปสั่งน้ำแข็งก้อน เอามาอมเล่นก่อนจะนอนฝันถึงโลกที่กว้างกว่าที่ใครเคยเห็น
วรรณจับมือนั้นขึ้นมาดู เธอลืมแล้วเหรอ?
เราไม่เคยลืม
posted on 04 Jul 2005 07:31 by wonam in stories
ชายหนุ่มหญิงสาว หนึ่งยืนหนึ่งนั่งอยู่ที่ประตูเมือง พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า วันพรุ่งนี้กำลังจะมาถึง แม้กลางคืนจะยาวนาน แม้ความฝันจะร้าวราน ตื่นมาคงพบกับแสงใหม่ ซึ่งอย่างไรก็เป็นเหมือนเดิม
โอกาส. . . ทั้งชีวิตฉันเฝ้ารอโอกาสที่จะโบยบินไปตามฝัน
ฝันของเธอยิ่งใหญ่เกินไป. . . เกินกว่าที่เมืองนี้จะกักขังมันไว้ได้ แสงสุดท้ายใกล้มาถึง วรรณหยุดร้องไห้แล้ว แต่ใจของเธอจะทำอย่างไรก็ยังไม่นิ่ง แต่สุดท้ายมันจะทำลายเธอเอง
ยังไงเธอก็เชื่อในเมืองนี้ สายตาที่มองกัน บอกถึงความร้าวรอนในใจของคนพูด ไม่ว่าฉันจะพูดอย่างไรก็ตาม
คำพูดไม่มีความหมาย. . . เราอยู่ในโลกของความจริง วรรณบีบมือของวิกให้แน่นขึ้น เหมือนรู้ว่าจะไม่มีโอกาสอีก ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็น
วิกเอามือลูบหน้าตัวเอง งั้นฉันจะทำให้เธอดู
posted on 04 Jul 2005 08:04 by wonam in stories
รอบด้านมีแต่ทราย ความเหน็บหนาวในยามค่ำคืนใกล้จบสิ้น เวลาใกล้รุ่งสางเป็นเวลาที่อุณหภูมิกลางทะเลทรายลดลงต่ำที่สุด เขาไม่มีเครื่องวัดใด ๆ รู้เพียงแต่ว่ามันเกือบถึงจุดที่เขาจะทนไม่ไหว ภาพในอดีตเริ่มกลับเข้ามา ความคิดขาดเป็นช่วง ๆ สาเหตุที่ทำให้บางคนกลับเมืองไม่ได้อาจไม่ใช่เพราะความอ่อนล้า แต่เป็นการแตกสลายของสำนึก ไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีทางออก และไม่รู้จะออกไปจากที่ใด
เพราะรอบตัวมีแต่ของที่เหมือนกัน เมืองที่อยู่สุดสายตาก็เป็นเหมือนขอบฟ้าด้านอื่น เขาไม่รู้ทิศทาง ตอนนี้ถ้าจะเดินต่อไปก็ไม่รู้ว่ากำลังจะเดินกลับ หรือว่ามุ่งหน้าต่อไปที่ปลายฟ้า
เขารอเพียงแสงสว่างที่จะส่องมาอีกสักครั้ง เขาขอแค่ให้ได้เห็นมันอีกสักครั้ง
posted on 05 Jul 2005 10:03 by wonam in stories
วิกไม่เคยกลับมา แต่ในเมืองวรรณยังคงเฝ้ารอ เธอเหงา แต่ก็ไม่อยากจะพบใคร เธอไม่ชอบเก็บตัว แต่เธอก็ไม่อยากจะออกจากห้องไปที่ไหน
เธอเคยหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในสนามหญ้า นอนอยู่ที่นั่นสามวันสามคืน เธอพกน้ำใส่กระติกน้ำไป ค่อย ๆ จิบเมื่อทนไม่ไหว เธอมองท้องฟ้าเวลากลางวัน มองดาวเวลากลางคืน กลิ่นดินและความชื้น ละอองน้ำค้างที่ระเหยออกมา ทุกอย่างเตือนเธอให้มีความหวังต่อไป เธอเคยคิดว่าจะออกไปตามหา แต่ถ้าพบโครงกระดูกของใครสักคน เธอคงไม่สามารถเลิกคิดได้ว่านั่นเคยเป็นร่างกายของวิก และเนิ่นนานขนาดนี้ ทรายคงกลบทับ ฝังร่างผู้กล้ากลืนกินเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แล้ว
posted on 06 Jul 2005 06:04 by wonam in stories
ชีวิตที่เคยผ่าน ฝันสักวันมันก็จบ แต่เธอไม่ต้องการให้มันจบลงเพียงแค่นี้
ชีวิตในเมือง ในเรื่องราวเก่า ๆ งานที่ทำแต่ละวันไม่ได้ทำให้เธอเห็นวันข้างหน้าที่ดีกว่า ฟ้าสีหม่น บรรยาการอับชื้น คนคนเดียวที่เคยทำให้ชีวิตมีเรื่องราว ด้วยความเชื่อประหลาด ด้วยความกล้าอย่างน่าตกใจ
ดอกไม้ข้างทาง สีเหลืองและแดง ขึ้นอยู่ในดินเปียก เลนตม มันงอกขึ้นมาด้วยความพยายาม มันไม่ตาย ไม่โดนตัดทิ้งเพราะว่ามันเป็นแค่สิ่งที่คนมองผ่าน ไม่เคยขวางทางใคร ให้ความสดชื่นกับสายตาเวลาได้มอง เธอเดินไปเก็บมาใส่แจกัน ไว้ในห้อง วางอยู่บนชั้นที่มีรูปเธอกับวิก
ถ้าจะมีใครถามว่าเธอยังคิดว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ เธอคงไม่กล้าบอกว่าความเชื่อมั่นของเธอไม่เคยลดหาย การที่เขายังไม่กลับมา มีความหมายเดียวคือเขาได้พบกับอะไรบางอย่าง เขาอาจพบความฝันของเขาแล้ว ตอนนี้เขาแค่พยายามหาความฝันให้กับเธอ
posted on 06 Jul 2005 08:54 by wonam in stories
เขาอยู่ที่นี่! เธอรู้สึก เขาอยู่ข้าง ๆ นี่เอง แม้จะไม่เห็นกัน แม้จะไม่ได้สัมผัสกาย แต่เธอรับรู้ได้ มันเหมือนเมื่อตอนนั้น. . . เมื่อเธอป่วยหนัก ก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล เธอรู้สึกว่าเขามาดูแลและนั่งมองไม่ยอมห่าง พอเธอลืมตาขึ้นมาเขาเพิ่งจะจากไป และความรู้สึกในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากตอนนั้น เพียงแต่ร่างกายและวิญญาณของเธอและเขาห่างกันในคนละแบบ ตอนนั้นเธอเหลือแค่ร่างกาย แต่จิตใจล่องลอย เขาร้องเรียกเธอ แต่ในวันนี้เธออยู่ที่นี่ และเป็นฝ่ายที่กู่ร้องเรียกเขา
กลับมาแล้วเหรอ? วิกเห็นอะไรบ้างล่ะ แม้น้ำตาแห่งความคิดถึงมันเหือดแห้งไปแล้ว แต่ทะเลน้ำตายังคงมีคลื่นลม เสียงของวรรณสะอื้น เธอเดินพูดกับวิกไปมาในห้อง ก้าวเท้าออกไปข้างนอก ฟ้าสีคราม ลมโชยเอื่อย เธอหยิบดอกไม้ในใจกันไปฝังไว้ใต้ต้นไม้