เศษเสี้ยวที่ 1

posted on 26 Sep 2010 10:27 by wonam in stories

เหมือนดวงดาวค่อย ๆ ร่วงลงมา บนฟ้าค่อย ๆ มืดดับ  แสงระริบยิบย่อย ที่เป็นเหมือนภาพหลังฉาก เมื่อจากไปก็คล้ายจะดูโดดเด่นขึ้นมา  สิ่งที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงดูชัด เรียกความสนใจ แต่สิ่งที่คล้ายไม่เคลื่อนไหว จะรู้ได้อย่างไรว่ามันจะคงอยู่เช่นนั้นไปเรื่อย ๆ  ในความมืดนั้นหลายสิ่งปรากฏตัวขึ้นเอง สิ่งที่มีอยู่จริงแต่ไม่เคยสังเกตรวมทั้งสิ่งที่ใจนั้นสร้างขึ้นมา  สิ่งเหล่านั้นค่อย ๆ ผุดขึ้นมาจากมโนสำนึก แต่พอเริ่มก่อตัวได้ต่อเนื่องความรุนแรงของการปรากฏขึ้นก็เห็นได้ชัด  ราวกับน้ำที่ค่อย ๆ เดือด มีฟองอากาศเป็นอณูเล็ก ๆ แล้วรวมเป็นเม็ดจนเริ่มปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นน้ำเดือดที่ดูน่ากลัว  ความไม่มีก่อให้เกิดความมีจนน่ากลัว  ความกลัวก่อให้เกิดอาการและความต้องการอันน่าตระหนก  ความตระหนกทำให้สิ่งที่ไม่มีคล้ายกับสิ่งที่มีอย่างแยกไม่ออก ทั้งหมดนี้ล้วนหมุนกลับเวียนวนจนเสริมกันและทำให้ใจหวาดหวั่น

อย่ากลัว เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ

เธอคือใคร?

เราเรียกเธอมานานแล้ว แต่เธอคงเพิ่งได้ยิน แม้จะพยายามฟังก็ยากจะบอกได้ว่าเสียงนั้นมาจากที่ใด ตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว แต่จำไว้ว่าอย่ากลัว มันไม่มีอยู่จริง  น่าประหลาดเสียงดังกล่าวไม่ได้หายไปพร้อม ๆ กับคำร่ำลา แต่กลับดังขึ้นซ้ำ ๆ และดังขึ้นเรื่อย ๆ

จากเสียงเบา ๆ ที่ฟังรู้เรื่องค่อย ๆ ดังขึ้น ดังจนจับอะไรไม่ได้  จากประโยค กลายเป็นคำเปลี่ยนเป็นพยางค์และในที่สุดกลายเป็นแค่สรรพเสียงก้องกังวาล

ในโลกของจินตนาการทุกอย่างเป็นไปได้ แต่เมื่อขอบเขตของความเป็นไปได้หายไป ทุกอย่างล้วนว่างเปล่า ความจริงกับความไม่จริงกลายเป็นสิ่งเดียวกัน  ความรู้กับความไม่รู้แยกกันไม่ออก  สิ่งเดียวที่คงอยู่คือความไม่เข้าใจและทันใดที่มันเจอกับความกลัวก็หลอมรวมกันเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด

บันได ขอบันได มือของเขาสัมผัสได้ถึงราวบันได เอาล่ะ แล้วฉันจะได้ไปจากที่นี่เสียที แต่มันไมง่ายเช่นนั้น ตอนนี้ไม่มีด้านบนหรือด้านล่าง ด้านซ้ายหรือด้านขวา ด้านถูกหรือผิด  เอาน่า... ขอสักทาง ทางใดก็ได้ที่ไม่ใช่ตรงนี้  ทันใดนั้นภาพของหนูวิ่งจักรก็ปรากฏขึ้น แต่ในกรงเล็กนั่นไม่ใช่หนู แต่เป็นตัวเขาเองที่ดูไร้เรี่ยวแรงแต่ไม่มีทีท่าจะหยุดวิ่ง  ด้านหลังนั้นมีควันสีดำวิ่งไล่ตามไปในระยะกระชั้นชิด จนไม่สามารถบอกได้ว่า เขาวิ่งหนีควันนั้นหรือเขาเป็นคนวิ่งนำพามันไปกันแน่

ภาพทั้งหมดนี้ทำให้เขาหยุดนิ่ง แต่เขาไม่ได้อยู่นิ่ง เขารู้สึกถึงการไหลเลื่อนไปพร้อม ๆ กับทุกสิ่งรอบตัว ทั้งไหลทั้งหมุนคว้าง เมื่อหยุดที่จะเคลื่อนไหวและต่อต้านร่างของเขาค่อย ๆ บิดเบี้ยวไปตามการไหลเลื่อน ร่างของเขาเหมือนมนุษย์หยดหมึกที่หล่นไปในเครื่องผสมอาหาร ยืดออกทีละน้อยจนแทบจะขาดแล้วค่อย ๆ ผสมกวนจนเป็นเนื้อเดียวกัน ตอนนี้มือแขนและขาถูกยืดออกไปผสมกับหัวตัวและนิ้วเท้า  แต่แม้ว่าทุกอย่างจะผสมปนเปแต่เขาก็ยังรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว เขาแน่ใจเพราะว่าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับส่วนใดของร่างกาย  แม้ว่าแทบจะแหลกสลายแต่ก็คล้ายไม่เป็นอะไร

นี่หรือคือความไม่กลัว?  เขาแค่หวังว่าจะมีใครมาตอบคำถามนี้ แต่เสียงรอบกายก็เป็นแค่เสียง เป็นแค่การสั่นสะเทือนไปกลับ โดยไม่มีนัยยะของความหมายอะไรสะท้อนกลับมา

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ

#4 By wonam on 2010-10-07 19:29

^_^/

#3 By yodmanudying (81.151.145.239) on 2010-10-03 03:36

ลึกซึ้งconfused smile

#2 By mini-teddy on 2010-09-26 10:34

embarrassed open-mounthed smile sad smile

#1 By ปิยะ99 on 2010-09-26 10:32