ทดลองเขียนเรื่องสั้นโดยเขียนทีละตอนสั้น ๆ
และไม่ได้วางโครงทั้งหมดไว้ก่อน
(เพราะว่าไม่มีเวลาคิด/วางแผนทั้งหมด)
สุดท้ายแล้วอาจจะเขียนไม่จบ ฮ่าฮ่า
ตัวเลขของผมวันนี้คือ 72 จริง ๆ แล้วน่าจะเป็น 0.72 มากกว่า เพราะว่ามันคืออัตราส่วนของงานที่ผมทำได้ตามเวลา กับงานทั้งหมดที่ควรทำได้
เดี๋ยวนี้ระบบการทำงานที่บริษัทแทบไม่ต้องใช้ผู้จัดการแล้ว เพราะว่าการติดตามงานและประเมินผลกระทำโดยอัตโนมัติผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ ทุก ๆ กิจกรรมที่ทำลงไปจะถูกบันทึกไว้ เวลาการตอบสนอง เวลาการกดแป้นพิมพ์ จำนวนความผิดพลาด การลบแก้ เวลาที่รอหรือหยุดคิด หรือเวลาที่ออกไปพักกลางวัน สำหรับวันที่คุณมีงานคั่งค้างการใช้เวลาพักมากเกินอาจทำให้ตัวเลขสำหรับวันนั้นกลายเป็นเลขติดลบได้ง่าย ๆ ทุก ๆ จังหวะชีวิตของการทำงานและที่ถูกใช้ที่ที่ทำงานถูกรวบรวมไว้ เพื่อที่ใช้สำหรับประเมินผลอย่างละเอียดถี่ถ้วนต่อไป
ผมชงกาแฟดื่ม กาแฟที่นี่ออกจะเปรี้ยวกัดกระเพาะแต่ทำให้ตาสว่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกอย่างที่นี่ผ่านการวัดและคำนวณเพื่อให้ไม่มีส่วนเกินของความไร้ประสิทธิภาพหลงเหลือ ถ้าจะคิดก็เหมือนนักกีฬาวิ่งที่ผ่านการฝึกฝนและหมั่นปรับปรุงตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ที่นี่ไม่มีใครเรียกบริษัทว่าบริษัทที่มีประสิทธิภาพ แต่บริษัทจะเรียกตัวเองว่าบริษัทที่กำลังเพิ่มประสิทธิภาพต่างหาก
แน่นอนว่ามนุษย์ธรรมดามีขอบเขต คงไม่มีใครสามารถวิ่ง 100 เมตรได้เร็วกว่า 3 วินาทีได้ แต่ในโลกของการแข่งขัน ถ้ามีใครทำได้ ไม่ว่าจะด้วยกลวิธีใดก็ตาม คนที่เหลือถ้าไม่พยายามปรับปรุงก็คงจะต้องล้มหายตายจากไป ในที่ทำงานแห่งนี้มีคำขวัญว่า "ทุกคนวิ่งแข่งกับตัวเอง" แต่ที่แน่ ๆ ถ้าคุณแพ้คนอื่น ๆ คุณก็อาจจะเป็นคนแรก ๆ ที่ต้องเสียสละสร้างตำแหน่งว่างให้คนอื่นเข้ามาวิ่งแข่งบ้าง
ผมแค่อยากจะนอนนิ่ง ๆ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเท่านั้น
เสร็จจากงาน ผมกลับมาที่ห้อง ทุกครั้งที่ผมกลับมาที่นี่ผมมักนึกถึงโลกอีกโลกหนึ่ง โลกที่หลายคนคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ โลกที่ใคร ๆ สามารถงอกงามได้อย่างที่ฝันและเท่าที่มีศักยภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีอะไรมาบีบบังคับ
กระแสน้ำไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ ถ้าไม่มีภาชนะก็ไม่สามารถคงรูปอยู่ได้ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่องค์กรหรือบริษัทจะต้องทำตัวเป็นภาชนะผอมสูงเพรียวเพื่อให้น้ำหยดที่อยู่สูงที่สุดขึ้นไปถึงสุดขอบฟ้าได้ ผมไม่อยากเป็นหยดน้ำตรงที่ด้านล่างภาชนะ เพราะว่าแรงดันน้ำที่จุดนั้นย่อมมากมายเหลือทน
เมื่อวันก่อน ผมนั่งนิ่ง ๆ พิงพนักเก้าอี้ มองเพดานพร้อมทั้งปล่อยเวลาให้ผ่านไปช้า ๆ อยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำตัว มือทั้งสองไม่ได้วางอยู่บนแป้นพิมพ์แต่ปล่อยอยู่ข้างตัว คนอื่น ๆ อาจจะคิดว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขาคงทราบได้เองว่ามันคงไม่ใช่ถ้าได้สังเกตผมนานพอ
ตอนนั้นผมคิดว่าโลกอีกโลกหนึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่? ถ้าเป็นไปได้ โลกความเป็นจริงกับโลกในความฝันของผมจะบรรจบกันในวันใด? นั่งคิดได้ไม่นานผมก็เริ่มจะเชื่อว่า ถึงแม้จะเป็นไปได้ ความจริงกับความฝันคงจะไม่มาพบกันเอง
ความเปลี่ยนแปลงแทบไม่มีวันที่จะเกิดขึ้นเองโดยไร้สาเหตุ เมื่อสิ่งนี้เกิด อีกสิ่งจึงเกิดตาม ไล่เรียงกันเป็นเหมือนการล้มลงของโดมิโนจำนวนมหาศาล แต่ใครจะเป็นคนที่ทำให้เกิดลมของการเปลี่ยนแปลง
ถ้าการเริ่มการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องแลกด้วยชีวิตจะมีกี่คนที่ยอมเสี่ยง?
วันหนึ่งในความนิ่ง ความเคลื่อนไหวก็คงจะปรากฏ
แล้วจะรออ่านตอนต่อๆไปครับ
#1 By Jeep (134.173.202.201) on 2009-03-05 13:39