ความเป็นกลาง
posted on 12 Jan 2009 23:30 by wonam in articlesตีพิมพ์ใน Aday Weekly (คาดว่าจะเป็น ฉบับที่ 53 19-25 พ.ค. 2548)
ไม่นานหลังจากที่ Google ประกาศว่าจะเริ่มเก็บ “หนังสือ” ลงในฐานข้อมูล เพื่อให้บริการค้นหาสารสนเทศที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนอินเทอร์เน็ต ทางฝั่งยุโรป (โดยเฉพาะหอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส) ก็ได้ออกมาประกาศว่าจะสแกนหนังสือเพื่อเผยแพร่ออนไลน์เช่นเดียวกัน นี่อาจเป็นการแข่งขันเพื่อแย่งชิงอำนาจในการถือครองข้อมูลระหว่างสองขั้วใหญ่: สหรัฐอเมริกา และยุโรป และช่วยยืนยันความสำคัญของ “ข้อมูล” ที่จะมีในอนาคต
เนื่องจากปริมาณข้อมูลที่มากมายมหาศาลบนอินเทอร์เน็ต ข้อมูลต่างๆ ที่เรารับมานั้นย่อมขึ้นอยู่กับกระบวนการกลั่นกรองและจัดอันดับความสำคัญของเครื่องมือค้นหามากขึ้นทุกวัน “ข้อมูล” หรือ “สารสนเทศ” นั้นเป็นรูปแบบหนึ่งของ “ความรู้” อย่างไรก็ตาม ความรู้นั้นไม่ได้เป็นสิ่งสัมบูรณ์เหมือนที่เราเคยรู้สึกกัน ไม่ใช่ว่าหนังสือเรียนบอกว่า “ประเทศไทยเป็นเช่นนี้มาช้านาน” แล้วทุกคนจะต้องเชื่อเหมือนกับที่หนังสือเรียนบอก ดังนั้นการจะระบุว่าสิ่งใดเป็นความรู้นั้น มักขึ้นกับมุมมองของแต่ละคน
ถ้ามองในมุมดังกล่าว การที่ทางฝั่งยุโรปจะออกมาตื่นตัวกับการที่บริษัทอเมริกันจะผูกขาดการให้บริการความรู้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เมื่อครั้งที่ Google เปิดตัว Google News สถานีรวบรวมข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต ก็ได้มีการออกมาวิจารณ์วิธีการคัดสรรข่าวของระบบนี้ แม้ว่า Google จะออกมาตอบว่าการคัดเลือกนั้นเป็นระบบอัตโนมัติไม่ได้ใช้มนุษย์มาเป็นผู้คัดเลือกจึงปราศจากอคติใดๆ หลายๆ คนก็ทำใจเชื่อได้ยาก เพราะว่าก่อนที่กระบวนการอัตโนมัติจะเกิดขึ้นมาได้ก็ต้องผ่านการทดสอบปรับปรุง จนกระทั่ง “ตรงใจ” กลุ่มนักพัฒนาเสียก่อน และในขั้นตอนดังกล่าวนี่เองที่ความเชื่อของกลุ่มนักพัฒนาเข้ามามีผลต่อกระบวนการอัตโนมัติได้ ทำนองเดียวกัน การจัดลำดับผลการค้นหาของ Google ก็คงยากที่จะหลีกเลี่ยงอคติที่แฝงมาในระหว่างการพัฒนา แม้ว่าผู้พัฒนาเองจะไม่ได้ตั้งใจหรือพยายามหลีกเลี่ยงก็ตาม
ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งทำให้การจัดอันดับของ Google หรือเครื่องมือค้นหาต่างๆ (เช่น Yahoo หรือ MSN Search) เพิ่มอคติในการนำเสนอได้มากก็คือตัว “การจัดอันดับ” นั่นเอง เมื่อเราต้องเรียงทุกอย่างจาก 1 ไป 2 ไป 3 เราไม่สามารถที่จะเลือกที่จะบอกว่าสองอันดับแรกนั้นมีความเท่าเทียมกัน (และเครื่องมือค้นหาต่างๆ เอง ก็ไม่เคยพยายามที่จะบอกเราถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย) ดังนั้นโอกาสที่มุมมองที่ได้รับความนิยมจะถูกนำเสนอเป็นอันดับแรกๆ (หรือหลายสิบอันดับแรก) จึงเป็นไปได้สูง นอกจากนี้กระบวนการจัดอันดับที่เครื่องมือค้นหาต่างๆ ใช้ ก็จัดได้ว่าเป็นกระบวนการปิด ยากที่ใครจะต่อรองได้ จึงทำให้การแก้ปัญหาดังกล่าวทำได้ยาก
ความหวังที่จะได้ความเป็นกลางในการนำเสนอบนอินเทอร์เน็ตนั้นแม้จะดูริบหรี่ แต่ก็ยังพอมีทางทำได้ อย่างไรก็ตาม ความหมายของ “ความเป็นกลาง” อาจต้องมีการลดหย่อนลงไป ดังเช่นรูปแบบที่สารานุกรมออนไลน์ เช่น วิกิพีเดีย (th.wikipedia.org) ได้เลือกใช้ กล่าวคือ “ความเป็นกลางในการนำเสนอคือการที่ทุกๆ มุมมองที่มีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อถือ จะต้องถูกนำเสนออย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการระบุหรือยืนยันว่ามุมมองใดเป็นมุมมองที่ถูกต้อง” หน้าที่ของสารานุกรมคือให้ข้อมูลของการโต้แย้ง แต่การเลือกว่ามุมมองใดถูกต้องนั้น เป็นหน้าที่ของผู้อ่าน ที่จะต้องมีวุฒิภาวะพอในการตัดสินใจจากข้อมูลที่มีให้
และสาเหตุที่ทำให้แหล่งให้ข้อมูล เช่น วิกิพีเดีย น่าจะมีความเป็นกลางค่อนข้างมากก็คือ การเปิดโอกาสให้มีการโต้เถียงกันระหว่างผู้ใช้ เกี่ยวกับการนำเสนอประเด็นต่างๆ บทความหลายๆ บทความเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการโต้เถียง ต่อรอง และประณีประนอมกันในการนำเสนอของกลุ่มคนที่เชื่อในมุมมองที่ขัดแย้งกัน โดยไม่มีฝ่ายใดทำตนเป็นผู้ผูกขาดความถูกต้อง
นี่น่าจะเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงความเป็นไปได้ของ “ความเป็นกลาง” ในการนำเสนอ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสนามการต่อสู้ทางความคิดที่ทุกฝ่ายยอมรับในสิทธิในการแสดงออกของฝ่ายอื่นๆ ผ่านทางกฎที่ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดมากจนเกินไปนักเช่นกัน

#1 By กรรมกรไซเบอร์ on 2009-01-12 23:49