อนาคต

posted on 11 Dec 2008 10:17 by wonam  in articles

ตีพิมพ์ใน Aday Weekly ฉบับ 55 ปีที่ 2 2-8 มิ.ย. 2548 (ฉบับสุดท้าย)

เมื่อเรามองดูป้ายโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี  หลายครั้งเราอาจถามตัวเองว่า "แล้วมันจะไปได้ไกลแค่ไหน?"  หรือถ้าจะมองให้ทะลุไปมากกว่านั้นก็อาจเป็น "แล้วมันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน"

ถ้าเราหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ขึ้นมาพิจารณา  มันเป็นได้ทั้งเครื่องเล่นเกม เครื่องเล่นเพลง MP3  เป็นโทรทัศน์ สมุดบันทึก หรืออาจจะเป็นโทรศัพท์แบบเห็นหน้ากันได้   ถ้าลองจินตนาการให้ไกลกว่านั้น มันอาจเป็นบัตรประชาชน เป็นศูนย์รวมข้อมูลทุกชนิดที่เราต้องการ  เราจะหาแผนที่ถนนก็เรียกค้นจากโทรศัพท์ หาหนังสือ ท่องเว็บ เข้าห้องสมุด ไปธนาคาร

ถ้าจะลองจินตนาการไปให้ไกลกว่านั้น เราคงไม่สามารถจะมองเพียงแค่มือถืออันเดียว   กล่าวคือเราอาจต้องมองไปถึงทุกระบบที่อยู่รอบตัวเรา  ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เทคโนโลยีไร้สาย เทคโนโลยีอุปกรณ์อัตโนมัติ  ลองนึกภาพเราเดินเข้าประตูรถไฟฟ้าโดยไม่ต้องสอดบัตร  เพียงแค่เดินเข้าไประบบเก็บเงินจะเรียกคิดเงินจากเครื่องโทรศัพท์ของเรา ซึ่งโทรศัพท์จะไปตัดเงินของเราจากบัญชีธนาคารอีกที

แนวโน้มที่กล่าวมา ถ้าพิจารณากันจริง ๆ เราจะพบว่ามีประเด็นใหญ่ ๆ อยู่สองประเด็นคือ ความรวดเร็วของการไหลของข้อมูล กับความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน   เราอาจจะเรียกสภาวะเช่นนี้ว่าเป็นสภาวะการเปิดเสรีทางข้อมูลก็ได้   เสรีภาพดังกล่าวทำให้กิจกรรมหลาย ๆ ประเภทดำเนินไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ลองนึกภาพเราเดินเข้าไปในร้านขายหนังสือ จากนั้นเครื่อง PDA ของเราก็ป่าวประกาศข้อมูลการเลือกซื้อหนังสือทั้งหมดของเราให้กับระบบของร้านหนังสือ  เพื่อขอข้อมูลรายการหนังสือแนะนำ  ปัญหาก็คือถ้าเรามีนิสัยการอ่านหนังสือไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ เราอาจไม่ต้องการให้คนอื่น ๆ เห็นรายการแนะนำหนังสือของเรา  หรือกระทั่งไม่อยากให้ร้านหนังสือทราบข้อมูลดังกล่าวด้วยซ้ำไป   บางคนอาจบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้ปิด PDA เสียก่อนจะเข้าร้าน ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่ทางเลือก เพราะว่า PDA ของเราอาจเป็นโทรศัพท์มือถือ  และการระงับความสามารถพิเศษบางอย่างของเครื่องเล่นพวกนี้ก็อาจทำได้ยาก  สังเกตว่าเสรีภาพของข้อมูลนั้น ก็มาพร้อม ๆ กับการเสียความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของเราเช่นกัน

ความสะดวกสบายต่าง ๆ ที่เราคาดว่าจะได้รับจากการเคลื่อนตัวอย่างอิสระของข้อมูล ก็คงจะเป็นไปเพื่อให้เราจับจ่ายใช้สอยอย่างไม่รู้ตัวมากขึ้น  ได้สินค้าตรงใจมากขึ้น  และทำให้กลุ่มธุรกิจสร้างรายได้มากขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้อาจเป็นมุมมองจากทางธุรกิจ  ถ้าเรามองจากมุมของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เราจะพบว่าเสรีภาพทางข้อมูลหมายถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของสถานที่และขอบเขตของประเทศ   ผู้มองการณ์ไกลเมื่อเห็นประเด็นหลักทั้งสองแล้วก็อาจสร้างสรรค์จินตนาการถึงโลกในอนาคตที่สวยหรู หรือไม่ก็มืดดำได้มากมาย

ย้อนกลับไปเมื่อสัก 5-6 ปีก่อน มีการทำวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีในอนาคต  กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่วิเคราะห์เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารเขียนไว้ว่าเทคโนโลยีเส้นสายเคเบิลใยแก้วนำแสงจะกลายเป็นเครื่องใช้ประจำบ้าน  ทุก ๆ ที่จะมีสายสัญญาณไปถึงหมด  ไม่มีใครแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในวันนั้นจะสามารถคาดการณ์ว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีที่นิยามโลกปัจจุบันกลับกลายเป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย  ส่วนสายใยแก้วนำแสงยังคงเป็นอุปกรณ์หลักในการสื่อสารระหว่างจุดเชื่อมต่อใหญ่ๆ เช่นเดิม ไม่ได้กลายเป็นของที่ทุกคนจะสามารถเข้าใช้ได้ง่ายๆ เหมือนที่พวกเขาคาดเอาไว้

มีคนถามไลนัส ทอร์วาลดส์  ว่าเขามีวิสัยทัศน์หรือมองอนาคตเป็นเช่นใด  เขาบอกว่า เขาเป็นพวกนักต่อต้านวิสัยทัศน์  เนื่องจากวิสัยทัศน์มักทำให้เรามองข้ามสิ่งที่อยู่ตรงหน้า   นอกจากบางสิ่งที่อยู่ตรงหน้าที่ไลนัสกล่าวถึงแล้ว  หลาย ๆ ครั้งภาพที่สวยหรูที่เราสร้างขึ้นมานั้นได้มองข้ามกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นทั้งกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มที่ได้โอกาสจากอนาคตที่วาดไว้นั้นอยู่เสมอ ๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่แน่ใจว่าอาจารย์ตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรือผมอ่านไม่เข้าใจเอง รู้สึกว่าบทความมีหลายจุดที่จะเน้น พออ่านจบเลยงงว่าต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่ นะครับ

#1 By Sucha (203.159.36.14) on 2008-12-11 10:43

ขอบคุณมากนะค่ะ

#2 By โปรแกรมบัญชี (61.90.98.246) on 2009-01-08 22:13