มหาตมะ คานธี ได้วางแนวทางของอารยะขัดขืนเอาไว้ดังนี้ครับ (ผมแปลจากบทความ civil disobedience ในวิกิพีเดีย)

  1. ผู้ปฏิบัติการขัดขืนจะไม่เคืองแค้นด้วยความโกรธ
  2. ผู้ปฏิบัติการอาจจะต้องเจ็บปวดเนื่องจากความโกรธแค้นของฝ่ายตรงข้าม
  3. ในการปฏิบัติการ ผู้ปฏิบัติการจะยอมรับการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม โดยไม่โต้ตอบ แต่ผู้ปฏิบัติการจะไม่ยอมตามคำสั่งที่เกิดขึ้นด้วยความโมโห เนื่องจากความกลัวจากการโดนลงโทษ
  4. เมื่อเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจพยายามเข้าจับกุมผู้ประท้วง ผู้ปฏิบัติการจะอาสาให้จับกุม เขาจะไม่ขัดขืนการจับกุมและการถอดหรือยืดครองทรัพย์สินของเขา ถ้าผู้มีอำนาจต้องการเข้ายึด
  5. ถ้าผู้ปฏิบัติการมีทรัพย์สินที่เขามีหน้าที่จะต้องดูแล เขาจะปฏิเสธที่จะมอบให้เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าการปกป้องทรัพย์สินเหล่านั้นอาจทำให้เขาต้องเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเขาจะไม่โต้ตอบใด ๆ
  6. การโต้ตอบนั้นรวมถึงการสบถสาบานหรือการสาปแช่ง
  7. เนื่องด้วยเหตุนี้ ผู้ปฏิบัติการจะไม่ลบหลู่ฝ่ายตรงข้าม  ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติการจะไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ขัดแย้งกับจิตวิญญาณของอหิงสา
  8. ผู้ปฏิบัติการจะไม่แสดงความเคารพต่อธง Union Flag อย่างไรก็ตามพวกเขาจะไม่ลบหลู่ธงนั้น หรือเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวอังกฤษหรือชาวอินเดีย
  9. ในการต่อสู้ ถ้ามีใครลบหลู่เจ้าหน้าที่ หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการจะเข้าปกป้องเจ้าหน้าที่จากการดูถูกและทำร้ายนั้น แม้ว่าจะต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงก็ตาม

การจะปฏิบัติการอารยะขัดขืนได้ จำเป็นต้องมีการฝึกฝน และดำเนินการอย่างเคร่งครัด

อารยะขัดขืนที่บางฝ่ายอ้าง ๆ อยู่ ไม่ทราบว่าผ่านข้อข้างบนกี่ข้อกันแน่  แก่นแท้ของอารยะขัดขืนที่นำมา หรือที่พวกเขาเข้าใจเหลืออะไรบ้าง 

หรือว่าพอเราเรียกว่า "อารยะขัดขืนแบบไทย" แล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นการปฏิบัติการอารยะขัดขืนอีกต่อไป

เพิ่มเติม: อ่านความเห็นของสมชาย ปรีชาศิลปกุลเกี่ยวกับหัวใจของอารยะขัดขืน  

อ่านบล็อกอื่น ๆ ที่เขียนถึงอารยะขัดขืนใน exteen:

Comment

Comment:

Tweet

Thanks for the article. I read the above post.

#60 By Chicgraphic on 2012-03-30 21:56

วิเคราะ์ วิจารณ์ได้ ชัดเจน
อันน่าจะมาจากการ ได้รับการศึกษาที่ดี
อยากให้สังคมไทย ได้อย่างนี้สัก90%
ประเทศไทยคงดีกว่านี้เยอะมาก
แต่ น่าเสียดาย ความจริง เป็นอีกอย่าง
ดังนั้น
อารยะขัดขืน / ดื้อแพ่ง / ประท้วง / เรียกร้อง /
ก่อความวุ่นวาย / ต่อต้าน / ต่อสู้ / ขัดขวาง / ยึดสถานที่ราชการ / ยึดถนน / ยึดสถานีโทรทัศน์ / สร้างความเดือดร้อน
จึงเป็นความพยายามที่ทำไปโดยความหวังที่ดี
แต่ปลายทางอยู่ไกลและริบหรี่เหลือเกิน

มันไม่ใช่อาระยขัดขืน ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
แล้วเราจะไปตีความ การกระทำ กับคำว่า อารยะขัดขืน ไปทำไม

มันเป็นความพึงพอใจของ แกนนำ
แต่มีคนพึงพอใจตามมามากพอสมควร
พึงพอใจที่มาตากฝน ตากแดด ลำบากพอสมควรถึง ลำบากมาก
เจ็บตัวพอเล็กน้อย ถึงเจ็บมาก
หิวพอสมควร ถึงอิ่มมาก

ลองไปเดินไปดูไปฟังไปสัมผัสบ้าง เป็นประสบการณ์
ไม่ต้องคิดว่าไปแล้วจะเป็นแนวร่วม
เพราะแค่ไปศึกษา
จิตใจที่เป็นกลาง ประกอบกับความไฝ่รู้
ย่อมนำซึ่งความรู้ใหม่ๆ
อคติย่อมปิดกั้นหลายสิ่งหลายอย่าง น่าเสียดาย

#59 By สมพงษ์ (61.19.66.56) on 2008-09-21 21:55

ขอบคุณครับ

#58 By manop on 2008-09-12 23:11

จาก #29,
มีคนแนะนำมาว่าคำว่า "เพียง" ไม่มีผลให้ความหมายเปลี่ยนแหะ.

* ข้อสี่เพียงข้อเดียวก็ผิดกระจายแล้วครับ
* ข้อสี่เพียงข้อเดียวก็ผิดกระจายครับ
* ข้อสี่เพียงข้อเดียวที่ผิดกระจายครับ

จะเห็นว่าต่างกันตรง "ก็" กับ "ที่" ที่ทำให้ความหมายเปลี่ยน.

#57 By อานนท์ (85.195.119.14) on 2008-09-11 16:38

btw: ข้าพเจ้าขอขอบคุณ veer #29 ที่ได้กรุณาชี้แจงความโง่เขลาของข้าพเจ้า.

#56 By อานนท์ (193.200.150.45) on 2008-09-11 12:37

คุณอานนท์ครับ,

ผมเองขอโทษด้วยที่อ่านข้อความคลุมเคลือแล้วเข้าใจว่าคุณใช้วิธีโจมตีบุคคลเหมือนกับที่พวกไร้เหตุผลชอบใช้กัน ผมเองคงโดนโจมตีด้วยวิธีนี้มากไปหน่อยจนเกิดอาการจิตหลอนน่ะครับ ผมต้องขออภัยอย่างสูงครับ และต้องขอบคุณที่เข้ามาชี้แจงความโง่เขลาของผม :)

#55 By ปริญญา (128.135.188.220) on 2008-09-10 23:40

โอเค, จริงๆ ไม่ว่าจะแปลข้อ 3 อย่างไร ก็คงไม่มีผลต่อสาระสำคัญมากนัก.
อย่างไรก็ตาม คำแปลอันแรกสุด มันค่อนข้างสับสน ว่า phrase ไหน ขยาย phrase ไหน.
นอกจากนี้ ในทีแรกผมยังสับสนระหว่าง,
* การยอมถูกจับกุม
* การยอมทำตามคำสั่ง
ดันเข้าใจว่าเป็นอันเดียวกัน.
ซึ่งจริงๆ มันคนละส่วนกัน.

#54 By อานนท์ (74.86.42.186) on 2008-09-10 14:44

(คราวนี้ขอ post คห. จริงๆ (ที่ไม่ใช่ test pattern) ซะที, เฮ่อ)

ได้อ่านข้อ 3 ของอารยะขัดขืน อีกรอบ, เหมือนจะเข้าใจขึ้นมาอีกนิดนึง.

3. ...แต่ผู้ปฏิบัติการจะไม่ยอมตามคำสั่งที่เกิดขึ้นด้วยความโมโห เนื่องจากความกลัวจากการโดนลงโธษ
* ผู้ปฏิบัติการจะไม่ปล่อยให้ความกลัวการโดนลงโทษ มาทำให้ต้องยอมทำตาม คำสั่งอันมีโทสะ?

but he will not submit, out of fear of punishment or the like, to any order given in anger.

น่าจะแปลประมาณ, \"แต่ผู้ปฏิบัติการจะไม่ยอมทำตามคำสั่งอันเกิดจากโทสะ, นั่นไม่ใช่เพราะกลัวการโดนลงโธษ\"?
คือ จะไม่ยอมทำตามคำสั่งที่มีโทสะ, ทั้งนี้การไม่ยอมธำตามนี้ไม่ได้เกิดจากการกลัวการโดนลงโธษ.
น่าจะหมายถึงอย่างนี้ซะมากกว่ารึเปล่า?

\"แต่ผู้ปฏิบัติการจะไม่ยอมทำตามคำสั่งอันเกิดจากโทสะ, โดยไม่กลัวการโดนลงโธษ\"
เอ, น่าจะแปลอย่างนี้มากกว่าแฮะ.

any order given in anger แปลว่า,
* คำสั่งอันเกิดจากโทสะ? (เกิดโทสะก่อน แล้วจึงมีคำสั่งตามมา) หรือว่า
* คำสั่งอันมีโทสะ? (มีโทสะในขณะที่ออกคำสั่ง, แต่คำสั่งอาจไม่ได้เกิดจากโทสะก็ได้)
น่าหมายถึงแบบไหนครับ?

#53 By อานนท์ (74.86.42.186) on 2008-09-10 14:26

@อานนท์ ไม่รู้ว่าเค้าใช้อะไร filter ถึงออกมาได้แบบนั้นอ่ะ

เดี๋ยวมาตอบเกี่ยวกับข้อ 3 ในการปฏิบัติการ ผู้ปฏิบัติการจะยอมรับการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม โดยไม่โต้ตอบ แต่ผู้ปฏิบัติการจะไม่ยอมตามคำสั่งที่เกิดขึ้นด้วยความโมโห เนื่องจากความกลัวจากการโดนลงโทษ

#52 By wonam on 2008-09-10 14:13

pattern ที่ post ไม่ขึ้นคือ,

[xxx]โ[xxx]ก[xxx]ร[xxx]t[xxx]
(ให้แทนที่ t ด้วย "ท", ที่ใช้ t เพื่อให้สามารถ post คห. นี้ได้)

นั่นคือ ถ้าในบรรทัดนั้น มีตัวอักษร,
1. โ
2. ก
3. ร
4. ท
เรียงตามลำดับข้างต้น เรียงอยู่ในบรรทัดเดียวกัน ก็จะ post ไม่ขึ้น.

#51 By อานนท์ (74.86.42.186) on 2008-09-10 14:06

ขออภัยนิดนึงนะครับ.
พอดี เจอ pattern ที่มัน post ไม่ขึ้น.
ก็เลยกำลังหาว่า pattern ส่วนที่เล็กที่สุดที่ post ไม่ขึ้น มันคืออันไหน.

#37 By อานนท์ (74.86.42.186) on 2008-09-10 12:29

ได้อ่านข้อ 3 ของอารยะขัดขืน อีกรอบ, เหมือนจะเข้าใจขึ้นมาอีกนิดนึง.

3. ...แต่

#32 By อานนท์ (74.86.42.186) on 2008-09-10 12:09

#29, ประมาณนั้น, ข้าพเจ้าอาจจะมีความเข้าใจผิดไป.


#28, ข้าพเจ้าไม่ได้โต้แย้ง, และเห็นด้วยกับ #3 เป็นที่สุด.
มีส่วนไหนที่ข้าพเจ้ากล่าวแสดงความไม่เห็นด้วยกับ #3 หรือไม่?
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม, ข้าพเจ้ายืนยันว่า ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับ #3.

1. #27 ไม่ได้ imply ว่า #3 ผิด.
2. #27 ไม่ได้ imply ว่า การละเมิดข้อ 8 หรือข้ออื่นในอารยะขัดขืนนั้น เป็นสิ่งผิด.
3. #27 ไม่ได้ imply ว่า ผู้พูดใน #3 ผิด.
4. #27 ไม่ได้ imply ว่า ผู้พูดใน #3 ละเมิดข้อ 8,
\"ถ้าสมมุติว่าจะมีการอารยะขัดขืนต่อพันธมิตรฯ, และผู้ปฏิบัติการได้แสดงความเห็นในลักษณะเดียวกับความเห็นข้างต้นนี้ ก็จะเป็นการละเมิดข้อ 8\"
4.1 หมายความว่า ถ้าผู้ใดจะทำการอารยะขัดขืนต่อพันธมิตรฯ ซึ่งไม่ได้เจาะจงถึงผู้พูดใน #3 และ ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีใครเข้าข่ายนี้ (เพราะ ยังไม่พบว่ามีใครออกมาประกาศว่าจะใช้มาตรการ \"อารยะขัดขืน\" ต่อ พธม.)
4.2 จึงไม่ได้ imply ว่า ผู้พูดใน #3 ละเมิดข้อ 8, เพราะ ยังไม่มีข้อมูลใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าผู้พูดประกาศ \"อารยะขัดขืน\" ต่อ พธม.
4.3 สรุปอย่างสั้นๆ ว่า #27 + #3 ไม่ได้ imply ว่า ผู้พูดใน #3 ละเมิดข้อ 8.

ขออภัย (ซึ่งไม่น่าให้อภัย) ที่ #27 ไม่ได้ชี้แจงอย่างละเอียด อันอาจทำให้ผู้อื่นรวมถึงผู้พูดใน #3 เอง เกิดความเข้าใจผิดจน imply ไปว่า ผู้พูดใน #3 ผิด.
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ คิดว่าจะระมัดระวัง ชี้แจงให้ละเอียดมากขึ้น ในเรื่องราวที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้.

#30 By อานนท์ (193.200.150.23) on 2008-09-09 14:23

#27 2 ประโยคนั้นไม่น่าจะเป็น paragraph กันนะครับ. ข้อ 4 ข้อเดียวก็ผิดกระจายแล้วไม่ได้ imply ว่าข้ออื่นๆ จะไม่ผิดกระจายด้วย. ผิดกับการเติมคำว่าเพียงเข้าไปนะครับ.

#29 By veer on 2008-09-08 21:01

คุณอานนท์อย่าใช้วิธีการเปลี่ยนเรื่องเพื่อโต้แย้งสิครับ

หัวข้อเรื่องนี้คือ พธม. ถูกหรือผิด วิธีนี้มีเขียนไว้ในหนังสือตรรกะ คือการเปลี่ยนเรื่องเพื่อโต้แย้งในสิ่งทีเราไม่สามารถเถียงสู้ได้ จึงเปลี่ยนมาโจมตีว่าผมเองก็ผิดเช่นเดียวกัน เพื่อความสะใจส่วนตัว

ในทางเหตุผลแล้วเป็นข้อโต้แย้งที่ผิดตรรกะ แสดงให้เห็นถึง "ตรรกะบกพร่อง" ของผู้โต้แย้ง

#28 By ปริญญา (128.135.188.220) on 2008-09-08 20:59

> แค่ข้อสี่ข้อเดียวก็ผิดกระจายแล้วครับ

ถ้าลองเขียนใหม่เป็น "มีข้อสี่เพียงข้อเดียวที่ผิดกระจายครับ",
ได้ความหมายเดียวกัน, แต่ให้ความรู้สึกต่างกัน :)

> คานธีเขามีแต่เข้าไปขวางไม่ให้ประชาชนเจ็บ
> แกนนำบ้านเรานี่นั่งเป็นเทพอยู่กลางวงเลยครับ
>
> เอาเครื่องประดับหัวสวมให้แกนนำซักหน่อยคงเหมือนเทพ
> (หาเครื่องประดับแบบมีเขาสองข้างด้วยก็ดีนะครับ)

ถ้าสมมุติว่าจะมีการอารยะขัดขืนต่อพันธมิตรฯ, และผู้ปฏิบัติการได้แสดงความเห็นในลักษณะเดียวกับความเห็นข้างต้นนี้ ก็จะเป็นการละเมิดข้อ 8
:)

#27 By อานนท์ (85.195.123.24) on 2008-09-08 20:18

ข้อ 3 อ่านกี่รอบก็งง.
อ่านต้นภาษาอังกฤษก็งง.
ช่วยขยายความหน่อย

#26 By อานนท์ (203.130.143.243) on 2008-09-08 20:02

ศิลปะการแต่งกายแบบโกธิค ญี่ปุ่นนำเอามาจากฝรั่งเศส
แล้วมาประยุกต์ให้เหมาะสมจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โกธิค โลลิต้า
ชอบบบบบบบ!!

Hot! Hot!

การเมืองำทย..

อารยะขัดขิน?!

#24 By nero on 2008-09-06 20:53

เขียนได้ดีมากเลยค่ะHot!

#23 By ~memay~ on 2008-09-06 20:45

ไปแก้ ๆ บ้างนิดหน่อยแล้วในวพ
ใครมีข้อมูลอะไรก็ไปใส่ ๆ นะครับ

----

"ดื้อแพ่ง" นี้ จริง ๆ ก็น่าจะใช้กับ civil disobedience ได้นะ

คือ แพ่ง นี่มันก็ civil ตรง ๆ ดี
(กฎหมายแพ่ง civil vs กฎหมายอาญา criminal)

แต่ที่ใช้ "อารยะขัดขืน" กัน เพราะคำว่า "ดื้อ"/"ดื้อแพ่ง" มันมีความหมายในนัยอื่นไปแล้ว - ที่คนจะใช้คำว่า "อารยะขัดขืน" เขารู้สึกว่า เขาไม่อยากได้ความหมายนั้น อาจจะอยากได้ความหมายในเชิงการเคลื่อนไหวทางสังคมการเมือง ทำนองนั้น

#22 By bact' (58.136.52.147) on 2008-09-06 19:50

เป็นยุทธวิธี สงบ สันติ อหิงสา ที่แท้จริง
พธม.ควรจะใช้และยึดเป็นแบบอย่าง
เพราะที่เห็นและเป็นอยู่คือยั่วยุ สร้างสถานะการณ์
ทำให้สูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์

หรือว่าเพราะรัฐบาลนี้หน้าด้านหน้าหนา
ก็เลยใช้วิธี 'เลวสยบเลว'

#21 By pinocchio on 2008-09-06 18:09

มหาตมะคานธี ท่านถูกจับเข้าคุกบ่อยั้งมาก ซึ่งท่านไม่เคยขัดขืน และต้องอยู่ในคุกนานเป็นปี ๆ ด้วยซ้ำ

#20 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-06 16:50

เหมือนกรณี ชู้ <---> กิ๊ก หรือเปล่าครับ เปลี่ยนคำให้ดูดีขึ้น แต่จริงๆ แล้วอาจไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไร
ของเราน่าจะเป็น อนารยะข่มขืน กระมังครับ เล่นบังคับข่มขืนใจให้คนที่ไม่เห็นด้วยต้องปฏิบัติตาม

#19 By chubby on 2008-09-06 12:03

ความหมายตรงและชัดเจน ดูต่างจากสิ่งที่เป็นอยู่ในเมืองไทยโดยสิ้นเชิงเลยครับ

#18 By on 2008-09-06 10:15

ขัดขืนการมีอารยะ cry Hot! Hot! Hot!

#17 By bellbell on 2008-09-06 02:40

ตอนนี้ดิฉันรู้สึกเศร้าใจยังไงไม่ทราบค่ะ เครียดทุกทีที่ได้ดูข่าว แต่ก็อยากติดตาม

** ขออนุญาตเอาไปแปะที่อื่นโดยให้เครดิตบล็อกนี้นะคะ

#16 By ดาวถัดมา on 2008-09-06 01:03

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#15 By ดาวถัดมา on 2008-09-06 01:00

พอมีรายละเอียดไหมครับว่าคำว่า "อารยะขัดขืน" มีที่มาจากใครคนแรกนะครับ เพราะถ้าจำไม่ผิดคำนี้จะเริ่มมีการใช้ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา น่าจะมาจากการปราศรัย หรือว่านักวิชาการ

เผื่อจะนำไปเขียนในวิกิพีเดียภาษาไทยบ้างครับ (คนเขียนน้อยนิด )

#14 By manop on 2008-09-06 00:52

จาน ขึ้น Hot ><!!!! โอว

#13 By Shuu Exteen on 2008-09-05 23:48

เยี่ยมไปเลยครับ Hot!

http://likeberty.exteen.com/20080905/entry-2

ผมได้อัพบทสัมภาษณ์ของอาจารย์จากมธ.ท่านหนึ่ง เกี่ยวกับอารยะขัดขืนครับ ลองเยี่ยมชมดูได้ big smile

#12 By Ike^^ on 2008-09-05 23:32

มหาตมะ คานธี ผู้นำคัมภีร์ของการมีอยู่มาสู่ปวงชน

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
010000000
รวมผลแล้วได้แต้มเดียวเองครับ เรียกว่าเกรียนล่ะนะขัดขืนคงเข้ากันมากกว่า question

#10 By ch_a_m_p on 2008-09-05 23:06

โดนใจค่ะ...

#9 By ┢┦aΡpy ......('-⌒) on 2008-09-05 22:39

ขออนุญาตินำไปแปะที่ multiply ผมได้มั้ยครับ confused smile

#8 By plynoi แว่วศรี on 2008-09-05 21:02

ขอบคุณครับ เคยเห็นแต่เวอร์ชันภาษาอังกฤษ เพิ่งเห็นแบบแปลไทย Hot!

#7 By PaePae on 2008-09-05 16:20

"ประชาธิปไตยยังมีความหมายไม่เหมือนเดิมเลย"

โดนใจ

#6 By CyberAlchemist on 2008-09-05 16:16

เยี่ยมมากค่ะ
สั้นๆ ง่ายๆ แต่ชัดเจน

เช่นนี้ที่สังคมไทยกำลังต้องการ

#5 By Jiew (125.25.92.211) on 2008-09-05 11:43

เดี๋ยวเราใช้คำผิดเพี้ยนกันไปหมด แค่คำว่าประชาธิปไตยยังมีความหมายไม่เหมือนเดิมเลย

Hot!

#4 By * Night Wanderer * on 2008-09-05 10:49

แค่ข้อสี่ข้อเดียวก็ผิดกระจายแล้วครับ คานธีเขามีแต่เข้าไปขวางไม่ให้ประชาชนเจ็บ แกนนำบ้านเรานี่นั่งเป็นเทพอยู่กลางวงเลยครับ

เอาเครื่องประดับหัวสวมให้แกนนำซักหน่อยคงเหมือนเทพ (หาเครื่องประดับแบบมีเขาสองข้างด้วยก็ดีนะครับ)

#3 By ปริญญา เฉลิมสุข (128.135.188.220) on 2008-09-05 10:32

คุณ mnop: คือผมว่าที่เขาไม่ใช้คำเดิม เพราะอยากให้มีความหมายไม่ตรงกันหรือเปล่าครับ

แต่ตอนนี้เหมือนว่าความหมายตรงกันไปแล้ว??

#2 By wonam on 2008-09-05 10:16

ไม่เรียกว่า "ดื้อแพ่ง" หรือครับ สมัยก่อนเป็นคำไทยที่ใช้กัน แต่ปัจจุบันคนไทยหันไปใช้คำใหม่ เพราะคำเก่าสั้นกระชับเกินไป

http://th.wikipedia.org/wiki/Civil_disobedience

#1 By manop on 2008-09-05 10:10