ฉบับมหาชน
posted on 29 Apr 2007 00:08 by wonam
เมื่อสักพักมาแล้ว ได้เล่าเรื่องว่าคณะปฏิวัติจะจัดการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมีการลงมติ ให้กับเพื่อนผมที่เป็นชาวกรีกฟัง เขาบอกว่าแบบนั้นมันไม่น่าจะได้ เขาให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญน่าจะปกต้องคนกลุ่มน้อย แต่ถ้าใช้การลงคะแนน ถ้าคนกลุ่มมากอยากจะทำอะไรกับคนกลุ่มน้อย ก็สามารถทำได้เลย --- เห็นตรงนี้แล้วนึกถึงเรื่องการเขียนว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
คนเราเก่งนะครับ รู้จักใช้หลักการมาเพื่อแย้งและนำเสนอความเชื่อของตน
ผมเห็นหลาย ๆ ความเห็นในกระดานข่าวเขียนว่า "ถ้าคนไทย 90% นับถือพุทธศาสนา ทำไมจะเขียนระบุว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไม่ได้"
นักวิชาการหลายท่านก็แย้งไปว่า ที่บอกว่านับถือพุทธน่ะ เข้าใจพุทธศาสนาแค่ไหนกัน?
บางคนบอกว่า ถ้าเข้าใจพุทธจริง ไม่ต้องบรรจุก็ได้ พุทธอยู่ที่ใจ
ผมเห็นว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตรงเปอร์เซ็น หรือว่าความเข้าใจ ต่อให้ทุกคน 100% นับถือศาสนาพุทธทั้งหมด เข้าใจพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้ แต่ถ้าเราตอบคำถามที่ว่า "เราจะเคารพสิทธิในการเลือกนับถือศาสนาหรือไม่" ว่า "ใช่" ผมคิดว่าสุดท้ายเราก็ไม่สามารถบรรจุข้อความให้ศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นศาสนาประจำชาติลงไปได้
ไม่ว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือฉบับไหนๆ
เหตุผลอีกแบบหนึ่งเป็นดังนี้
1. รัฐธรรมนูญควรเป็นสิ่งที่ทุกคนยินยอมพร้อมใจ และเขียนเรื่องเกี่ยวกับหลักการที่สำคัญพื้นฐา่นเอาไว้ การบรรจุความจริง (ที่ไม่รู้ว่าจริงแค่ไหน) ในขณะนี้ลงไป ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าจะทำให้ความจริงดังกล่าวจริงต่อไป (เช่นความจริงที่ว่าประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ) คนส่วนใหญ่ในประเทศในอนาคตก็มีสิทธิที่จะนับถือศาสนาอื่น ๆ หรือไม่นับถือศาสนาใด ๆ เลย หรือยิ่งไปกว่านั้น ศาสนาพุทธในวันนี้กับศาสนาพุทธในอีก 100 ปีข้างหน้าอาจไม่เหมือนกันก็ได้
2. ยิ่งไปกว่านั้น ในทางกลับกันกับข้อแรก ถ้าผู้เสนอความคิดดังกล่าวเล็งเห็นว่าการบรรจุข้อความดังกล่าวลงไป เป็นการทำให้ศาสนาพุทธมั่นคงมากขึ้น นี่เป็นการยอมรับว่า ข้อเสนอดังกล่าวผิดหลักการเกี่ยวกับเสรีภาพในการนับถือศาสนา (* ดูขยายความ) นั่นคือพวกเขายอมรับว่าพยายามเขียนรัฐธรรมนูญให้เอื้อประโยชน์ให้กับบางศาสนา และอาจเป็นรากฐานให้กับการออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับบางศาสนาต่อไป
แน่นอน กฎหมายและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ได้เอื้อประโยชน์กับศาสนาพุทธอย่างมากมายอยู่แล้ว บางครั้งผมยังแปลกใจว่า ทำไมราชการจึงหยุดเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาพุทธ (แต่เราก็ชอบเฮฮาไปกับวันคริสต์มาสด้วย!!) นี่มันดับเบิลสแตนดาร์ดนี่นา
ขยายความ
ถ้าอ้างอิงตามรัฐธรรมนูญปี 40 มีสองมาตราที่กล่าวถึงเรื่องนี้
มาตรา 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายเท่าเทียมกันชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความ แตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิดเชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคมความ เชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้
มาตรา การที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคล สามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือว่า เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม
มาตรา 38 บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกาย ของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการ ปฏิบัติตามศาสนบัญญัติหรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความ สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ในการใช้เสรีภาพดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความ คุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใดๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์ อันควรมีควรได้เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของ ศาสนา ลัทธินิยม ในทางศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนบัญญัติหรือปฏิบัติพิธีกรรมตาม ความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น
(อ้างรัฐธรรมนูญ 40 จากเว็บกฎหมาย.คอม)
edit @ 2007/04/29 00:12:23
edit @ 2007/04/29 07:48:52
คนเราเก่งนะครับ รู้จักใช้หลักการมาเพื่อแย้งและนำเสนอความเชื่อของตน
ผมเห็นหลาย ๆ ความเห็นในกระดานข่าวเขียนว่า "ถ้าคนไทย 90% นับถือพุทธศาสนา ทำไมจะเขียนระบุว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไม่ได้"
นักวิชาการหลายท่านก็แย้งไปว่า ที่บอกว่านับถือพุทธน่ะ เข้าใจพุทธศาสนาแค่ไหนกัน?
บางคนบอกว่า ถ้าเข้าใจพุทธจริง ไม่ต้องบรรจุก็ได้ พุทธอยู่ที่ใจ
ผมเห็นว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตรงเปอร์เซ็น หรือว่าความเข้าใจ ต่อให้ทุกคน 100% นับถือศาสนาพุทธทั้งหมด เข้าใจพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้ แต่ถ้าเราตอบคำถามที่ว่า "เราจะเคารพสิทธิในการเลือกนับถือศาสนาหรือไม่" ว่า "ใช่" ผมคิดว่าสุดท้ายเราก็ไม่สามารถบรรจุข้อความให้ศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นศาสนาประจำชาติลงไปได้
ไม่ว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือฉบับไหนๆ
เหตุผลอีกแบบหนึ่งเป็นดังนี้
1. รัฐธรรมนูญควรเป็นสิ่งที่ทุกคนยินยอมพร้อมใจ และเขียนเรื่องเกี่ยวกับหลักการที่สำคัญพื้นฐา่นเอาไว้ การบรรจุความจริง (ที่ไม่รู้ว่าจริงแค่ไหน) ในขณะนี้ลงไป ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าจะทำให้ความจริงดังกล่าวจริงต่อไป (เช่นความจริงที่ว่าประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ) คนส่วนใหญ่ในประเทศในอนาคตก็มีสิทธิที่จะนับถือศาสนาอื่น ๆ หรือไม่นับถือศาสนาใด ๆ เลย หรือยิ่งไปกว่านั้น ศาสนาพุทธในวันนี้กับศาสนาพุทธในอีก 100 ปีข้างหน้าอาจไม่เหมือนกันก็ได้
2. ยิ่งไปกว่านั้น ในทางกลับกันกับข้อแรก ถ้าผู้เสนอความคิดดังกล่าวเล็งเห็นว่าการบรรจุข้อความดังกล่าวลงไป เป็นการทำให้ศาสนาพุทธมั่นคงมากขึ้น นี่เป็นการยอมรับว่า ข้อเสนอดังกล่าวผิดหลักการเกี่ยวกับเสรีภาพในการนับถือศาสนา (* ดูขยายความ) นั่นคือพวกเขายอมรับว่าพยายามเขียนรัฐธรรมนูญให้เอื้อประโยชน์ให้กับบางศาสนา และอาจเป็นรากฐานให้กับการออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับบางศาสนาต่อไป
แน่นอน กฎหมายและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ได้เอื้อประโยชน์กับศาสนาพุทธอย่างมากมายอยู่แล้ว บางครั้งผมยังแปลกใจว่า ทำไมราชการจึงหยุดเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาพุทธ (แต่เราก็ชอบเฮฮาไปกับวันคริสต์มาสด้วย!!) นี่มันดับเบิลสแตนดาร์ดนี่นา
ขยายความ
ถ้าอ้างอิงตามรัฐธรรมนูญปี 40 มีสองมาตราที่กล่าวถึงเรื่องนี้
มาตรา 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายเท่าเทียมกันชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความ แตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิดเชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคมความ เชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้
มาตรา การที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคล สามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือว่า เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม
มาตรา 38 บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกาย ของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการ ปฏิบัติตามศาสนบัญญัติหรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความ สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ในการใช้เสรีภาพดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความ คุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใดๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์ อันควรมีควรได้เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของ ศาสนา ลัทธินิยม ในทางศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนบัญญัติหรือปฏิบัติพิธีกรรมตาม ความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น
(อ้างรัฐธรรมนูญ 40 จากเว็บกฎหมาย.คอม)
edit @ 2007/04/29 00:12:23
edit @ 2007/04/29 07:48:52