Kevin Carter

posted on 11 Dec 2004 18:34 by wonam
ในข้อความเมื่อวาน ผมกล่าวถึงคำวิจารณถึงคนทำข่าวสงครามกลุ่มหนึ่ง...

แต่อาชีพดังกล่าวไม่ใช่อาชีพที่ำทำกันได้ง่ายๆ มีแรงกดดันมหาศาลถาโถมมาที่พวกเขา บุคคลที่จะเขียนถึงในวันนี้ อาจไม่ใช่ฮีโร่ของใครๆ แต่เรื่องของชีวิตของเขานั้น ถ้าใครได้อ่านน่าจะมองคนอื่นๆ อย่างระมัดระวังขึ้น

เควิน คาร์เตอร์ (Kevin Carter) ถ่ายรูปด้านล่างนี้ ที่ประเทศซูดาน

ภาพที่เศร้าสลดนี้ ทำให้เขาได้รับรางวัลพูลิเซอร์ไพรซ์

แต่เมื่อมีคนทราบว่าหลังจากที่เขาถ่ายรูปแล้ว เขาทำเพียงแค่ไล่นกแร้งไป แต่ไม่ได้ช่วยเด็ก หลายคนประนามเขาว่าเขาก็เป็นเหมือนนกแร้งอีกตัว ที่คอยจะกินเด็กชาวซูดานนั่นเอง

ถ้าเรื่องจบลงเช่นนี้ เราคงมีคนให้คอยประนาม ช่างภาพได้รางวัลจากการ "ฉวยโอกาส" จากปัญหาสังคม

แต่โศกอนาฏกรรมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

สองเดือนหลังจากที่ได้รับรางวัล เควิน คาร์เตอร์ จบชีวิตตัวเองด้วยการดมคาร์บอนมอนนอกไซด์


ส่วนใหญ่ของข้อความในท่อนนี้ได้มาจาก wikipedia

Kevin Carter (1961-1994) เป็นนักถ่ายภาพสารคดี ชาวแอฟริกาใต้

เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของอาิชีพถ่ายภาพในการเก็บภาพสถานการณ์ไม่สงบ ในแอฟริกาใต้ ในช่วงสุดท้ายของสงครามกลางเมือง เขาได้รับรางวัลพูลิเซอร์ในปี 1994 อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รับแค่เพียงคำชื่นชมเท่านั้น แต่ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงที่เพียงแต่ถ่ายรูป โดยไม่ได้ช่วยเด็กหญิงคนนั้น

คำวิจารณ์นี้ รวมถึงการเสียชีวิตของเพื่อนสนิท ทำให้เควินตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ในวัย 33 ปี ในบันทึกการตายเขาเขียนไว้ว่า

"ผมถูกหลอกหลอนด้วยความทรงจำบาดลึกของการฆ่าฟัน ศพ ความโกรธ ความเจ็บปวด... ของเด็กที่อดอยากและบาดเจ็บ, ของคนบ้าที่กระหายการลั่นไกปืน... ความเจ็บปวดของชีวิตมันกลืนกินความสุข จนถึงจุดที่เรียกว่าความสุขนั้นไม่มีอยู่"

("I am haunted by the vivid memories of killings & corpses & anger & pain... of starving or wounded children, of trigger-happy madmen... The pain of life overrides the joy to the point that joy does not exist.")

ในส่วนของจังหวะที่เขาถ่ายภาพนั้น ในบันทึกของเพื่อนของเขาเขียนไว้ว่า
"Seeking relief from the sight of masses of people starving to death, he wandered into the open bush. He heard a soft, high-pitched whimpering and saw a tiny girl trying to make her way to the feeding center. As he crouched to photograph her, a vulture landed in view. Careful not to disturb the bird, he positioned himself for the best possible image. He would later say he waited about 20 minutes, hoping the vulture would spread its wings. It did not, and after he took his photographs, he chased the bird away and watched as the little girl resumed her struggle. Afterward he sat under a tree, lit a cigarette, talked to God and cried. "He was depressed afterward," Silva recalls. "He kept saying he wanted to hug his daughter." "

ถ้ามีเวลาผมอยากให้ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thisisyesterday.com/ints/KCarter.html

ผมเริ่มรู้จัก Kevin Carter จากบทเพลงของ The Manic Street Preachers

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เฮ้อออ ... หดหู่ใจจัง...
.

#1 By เ สื อ ด า ว ... on 2004-12-11 19:06

ทำไมผมดูภาพแล้วเฉยๆ หว่า

#2 By ไอ้แพท.. on 2004-12-11 19:21

เศร้าใจจัง
เฮ้อโลกหมานุด
ว่างๆไปอ่านบล๊อคเราบ้างนะฮะ

#3 By - LittleMonkey - on 2004-12-11 19:25

ทำเหมือนถ่ายทำชีวิตสัตว์โลก (แค่สังเกต ถ่ายทำ แล้วก็ปล่อย ให้เป้นไปตามกฏแห่งกรรม) แต่ ทำไมเราทำให้ความรุ้สึก ต่อคน แตกต่างจาก ต่อสัตว์
เพราะ เราเหมือน กับสิ่งที่ถ่ายทำเกินไปหรือ

#4 By ให้ฟ้า บนดิน (128.253.249.82) on 2004-12-12 01:56

ผมว่า ตัวเขาเองก็เจ็บปวดทุกครั้งที่กดชัตเตอร์....
ในเวลาที่กดถ่ายภาพ เขาก็มีความรู้สึกถึงครอบครัวเขาซ้อนทับขึ้นมา หมดสิ้นความรู้สึกอื่นๆไป จนกลบความรู้สึกอื่นๆออกไปหมด

ถึงจะช่วยชีวิตเด็กคนนี้ ในเวลาเดียวกัน ก็ยังมีซากอีกมากมาย รอการถูกจิกกินอยู่ดี

#5 By gomora on 2004-12-12 02:14

เมื่อเดือนที่แล้วอ่านนิตยสาร ต่วย ตูน แล้วเห็นภาพนี้ มันทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจตามหาที่มาของภาพ และก็ได้รู้เรื่องช่างภาพคนนี้
บางที มันทำให้เราคิดได้ว่าเราได้สละเวลาทำประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ที่ยากไร้หิวโหยบ้างหรือยัง

#6 By aom (203.155.14.4) on 2006-09-14 10:14

คนที่ไร้ความรู้สึก
คงไม่เข้าใจ

#7 By ตาโต (202.12.73.4) on 2009-11-06 12:14