ทาสของกฎ

posted on 02 Dec 2004 17:49 by wonam
วันนี้ขอเขียนเรื่องใกล้ตัวสักหน่อย

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลุ่ม/สมาคม/ชุมนุม/ชุมชน ชื่นชอบกับการตั้งกฎ

คำถามที่น่าคิดก็คือ หน้าที่แท้จริงของกฎ ในการดำเนินไปของกลุ่มคนนั้น คืออะไร หรือในอีกมุมหนึ่งก็คือ ที่ทางของกฎในระบบความหมายของกลุ่มคนคืออะไร

ถ้าจะพูดง่ายๆ คงจะตอบได้คร่าวๆ ว่า กฎ มีไว้เพื่อเป็นตัวแทนของอำนาจของคนในกลุ่ม เพื่อใช้บังคับอะไรบางอย่าง ตัวอย่างเช่น ในสังคมที่มีขนาดใหญ่ กฎ (หรือกฎหมาย) มีไว้เพื่อ "บังคับโดยไม่ให้มีข้อโต้แย้ง"

เราสามารถสรุปได้โดยไม่ผิดพลาดอะไรว่า กฎนั้น มีไว้เพื่อผู้ปกครองสามารถบังคับ ขู่เข็ญ และกระทำการเผด็จการ ได้โดยไม่จำเป็นต้องพูด/กล่าว/ชี้แจง และหลายครั้งมันก็เป็นสิ่งที่อยู่เหนือขอบเขตของการใช้เหตุผลโดยสิ้นเชิง เขาสามารถอ้างเพียงแต่ว่า สิ่งที่ทำนั้น กระทำไปตามกฎ (ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เขียนโดยคนไม่กี่คน ไม่ผ่านการไตร่ตรองและสอบถามความเห็นที่ถ้วนถี่ และการเปลี่ยนแปลงกฎนั้น ในทางทฤษฎีกระทำได้ แต่เกิดขึ้นได้ยากมาก)

คุณใช้กฎเมื่อคุณคุยกับอีกฝ่ายไม่รู้เรื่อง คุณยกเอาคำพูดลอยๆ มาเพื่อใช้ตัดสินใจ ทั้งๆ ที่การที่คุยกันไม่รู้เรื่อง อาจเกิดจากความคับแคบในมุมมองของคุณเองก็ได้

กฎคือความรุนแรง กฎคือค้อนที่พร้อมจะกระแทกมือของเหตุผลให้แหลกละเอียด

ในความคิดของผมแล้ว ผู้ที่นิยม (ชื่นชม/ชื่นชอบ) ในการใช้กฎทำงานเผด็จการแทนตนเอง นับว่าเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจที่สุด

(นวนิยาย ที่พูดเกี่ยวกับเรื่องกฎและผู้อยู่ใต้กฎได้ดีมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือเรื่อง The Cider House Rules มีทำเป็นภาพยนตร์ด้วย)
ไม่เห็นด้วย เพราะนั่นเป็นนิยามที่ผิด

กฎ เป็นการยินยอมพร้อมใจของคนในสังคม ที่จะกำหนดขึ้นมา โดยจำกัดสิทธิบางอย่างของตนเอง เพื่อให้สังคมดำเนินไปได้อย่างปกติสุข

หากเข้าใจในความหมายที่ถูกต้อง มันจะไม่เป็นปัญหาเลย แต่เพราะเราไม่รับรู้ หรือไม่ทำความเข้าใจ ในความหมายของคำว่า กฎ ต่างหาก มันจึงทำให้เกิดการนำไปใช้ในทางผิดๆ

#1 By paepae (61.91.102.42) on 2004-12-02 19:27

แต่มีกี่ครั้งที่การเกิดขึ้นของกฎเป็นไปตามนิยามที่คุณบอกมา?

#2 By wonam on 2004-12-02 19:32

แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร หากยังมองอยู่ว่า "กฎคือความรุนแรง กฎคือค้อนที่พร้อมจะกระแทกมือของเหตุผลให้แหลกละเอียด"

ถ้ายังมองเช่นนี้ ก็แก้ด้วยการไม่ต้องตั้งกฎ หรือไม่ต้องไปสนใจกฎซะ?

คือ ผมรู้สึกว่า บทความนี้ไม่นำเสนออะไรเลย นอกจากการต่อต้านกฎเท่านั้น

#3 By paepae (61.91.102.42) on 2004-12-02 19:57

แน่นอน

บทความนี้เสนอให้เห็นอีกด้านหนึ่งของกฎ

#4 By wonam on 2004-12-02 19:59

ถ้าคุณตั้งกฎแล้ว พูดได้เต็มปากว่า "เป็นการยินยอมพร้อมใจของคนในสังคม ที่จะกำหนดขึ้นมา โดยจำกัดสิทธิบางอย่างของตนเอง เพื่อให้สังคมดำเนินไปได้อย่างปกติสุข"

คุณก็ไม่ต้องกลัวอะไร บทความนี้ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก

#5 By wonam on 2004-12-02 20:01

นั่นมัน ideal มันคือสิ่งที่ควรจะเป็น

และเป็นธรรมดาที่เมื่อมีกฎ ก็จำเป็นต้องมีการบังคับใช้

บทความนี้ ยังพัฒนาต่อให้สร้างสรรค์กว่านี้ได้ แต่แบบไหนไม่รู้ เพราะยังคิดไม่ออก ซึ่งจะมีประโยชน์กว่าที่เป็นอยู่ .....แต่ถ้าคิดว่าผิดวัตถุประสงค์ ก็ขออภัย

#6 By PaePae on 2004-12-02 20:11

ไม่ต้องขออภัย ไม่มีอะไรผิดหรือไม่ถูก ที่จริงผมต้องขอบคุณคุณตะหาก

วัตถุประสงค์อาจไม่ตรงกัน แต่ความเห็นของแต่ละคนก็มีคุณค่าไม่ต่างกัน

#7 By wonam (158.108.209.88) on 2004-12-02 20:14

กฏมันเปลี่ยนกันได้ กฏต้องยืดหยุ่นได้
เบื่อเหมือนกันเวลาทำงานแล้วเจอคนที่ยึดแต่กฏๆๆๆๆๆ
ยึดซะเว่อร์จนแทบจะทำงานจริงไม่ได้
ไอ้พวกปากดี ถือแต่กฏเนี่ยะ มักจะดีแต่ตำหนิ ไม่ค่อยทำงานด้วย
น่ารำคาญเป็นที่สุด

ถ้าจะเอาความคิดวัยรุ่นก็ต้องเรียกว่า กฏ มีไว้ให้แหก
rules were made to be broken.

#8 By * Night Wanderer * on 2004-12-02 23:42

พอจะรู้เรื่องมาบ้างแล้วเมื่อเย็นนี้
ที่อ. พูดมานั้นมันก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้าจะใช้ในกรณีนี้ผมว่าไม่ได้
เรื่องในวันนี้ กฎได้ออกมาจากความเห็นของทุกคนถ้าจะบอกว่า มันมาจากคนส่วนน้อยหละก็ แล้วคนส่วนใหญ่หละทำไมไม่รักษาสิทธิของตัวเอง มาร่วมโตแย้งเพื่อหาข้อสรุปที่ดีต่อทุกฝ่ายหละ ทำไมไม่ทำกันก็ไม่รู้ พอถึงเวลากฎออกมาจริงๆก็มาว่ากัน ไม่ก็ไม่ทำตามกัน
เหมือนกับคนที่ไม่ได้ลงมาทำงานในส่วนลึก ไม่รู้ถึงสาเหตุปัญหาที่แท้จริง แล้วพอรูปงานออกมาไม่ถูกใจก็เอาแต่ว่าทีมงาน(เป็นเรื่องที่เจอบ่อยจริงๆ)
ที่โพสไว้นี่ อาจจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้อความของอ. เลยแต่เพียงอยากให้อ.ได้รู้ในอีกมุมนึงของเรื่องนี้ด้วย
กฎ มีไว้เพื่อเป็นแนวทางการอยู่ร่วมกันของสังคมหนึ่งๆ เพื่อให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ซึ่งกฎนี้ก็ออกมาโดยคนส่วนใหญ่ในสังคม(ที่รักษาสิทธิตัวเอง) ส่วนคนส่วนน้อยก็ต้องปฏิบัติตาม ถ้ายอมรับไม่ได้ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้...

#9 By kornkait (61.90.52.125) on 2004-12-02 23:54

เหมือนกับคนที่ไม่ได้ลงมาทำงานในส่วนลึก ไม่รู้ถึงสาเหตุปัญหาที่แท้จริง แล้วพอรูปงานออกมาไม่ถูกใจก็เอาแต่ว่าทีมงาน
> แต่มันก็มีไม่น้อยที่ทีมงานทำอะไรโดยการ "หมกเม็ด" แล้วแบบนี้คนอื่นจะรุ้เรื่องได้อย่างไรล่ะว่าปัญหามันคืออะไร
ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นคือ ทำรก้ปิดๆ กันเงียบๆ เกิดปัญหาก็ไม่บอก พยายามหาทางแก้กันในหมู่พวกตัวเองก่อน
พอมันบานปลายเท่านั้นแหละ ถึงค่อยออกมาให้คนอื่นรุ้.. ทำไม??

#10 By ไอ้แพท.. on 2004-12-03 00:45

ทำรก้ปิดๆ กันเงียบๆ = ทำอะไรก็ปิดกันเงียบๆ

#11 By ไอ้แพท.. on 2004-12-03 00:46

การสร้าง กฎ ขึ้นมา ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
แต่ส่วนใหญ่มันก็สร้างขึ้นเพื่อระเบียบของสังคมไม่ใช้เหรอ?

#12 By blueblue (158.108.210.246) on 2004-12-03 12:03

การทำงานจริงๆแล้วไม่ใช่การกระทำในทาง ทฤษฎีนะครับ ทุกอย่างมีปัญหาได้ ทุกอย่างถึงคิดว่ามันไม่น่าจะมีข้อผิดพลาดนั้น มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ และที่บอกว่า
>>แต่มันก็มีไม่น้อยที่ทีมงานทำอะไรโดยการ "หมกเม็ด" แล้วแบบนี้คนอื่นจะรุ้เรื่องได้อย่างไรล่ะว่าปัญหามันคืออะไร
ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นคือ ทำรก้ปิดๆ กันเงียบๆ เกิดปัญหาก็ไม่บอก พยายามหาทางแก้กันในหมู่พวกตัวเองก่อน
พอมันบานปลายเท่านั้นแหละ ถึงค่อยออกมาให้คนอื่นรุ้.. ทำไม??

ผมอยากถามบ้างว่าแล้วเวลาเตรียมงาน เวลาวางแผน ทำไมไม่ช่วยกันคิดป้องกันปัญหาที่จะเกิดละครับถ้ามีคนเพิ่มขึ้นก็อาจจะมีความคิดที่จะป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในกรณีต่างๆเพิ่มขึ้น ที่บอกว่ามีปัญหาไม่ยอมบอกไม่ใช่ไม่บอกครับแต่มันบอกไม่ได้ในเมื่อมันถึงสถานการณ์จริงแล้วบางอย่างไม่เป็นไปตามทฤษฎี ก็ต้องแก้ไขตามสถานการณ์เฉพาะหน้าขณะนั้นไปครับถ้ามัวแต่มาบอกนั่งประชุมหาข้อสรุปคุณคิดว่าจะแก้ปัญหาทันไหมล่ะครับ ในเมื่อแก้ไม่ได้จริงๆแล้วคุณจะให้ทำอย่างไรล่ะครับ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการคุยกันตั้งแต่แรก ผมถามหน่อยว่ามีซักกีคนที่สนใจตรงนี้บ้าง

#13 By Z-Cube (61.91.96.225) on 2004-12-10 18:46